Private Key คืออะไร เปรียบเทียบความแตกต่าง Private Key กับ Public Key

ในโลกของเทคโนโลยีบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล หนึ่งในคำศัพท์ที่ผู้อ่านน่าจะเคยได้ยินบ่อยที่สุดคำหนึ่งก็คือคำว่า “Private Key” (หรือที่เรียกกันในอีกชื่อว่า Secret Key) ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้บุคคลใดๆ ก็ตาม สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลของพวกเขาได้ Private Key มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการใช้ลงนามในการทำธุรกรรม การรักษาความปลอดภัยให้กับสกุลเงินดิจิทัล และทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่า พวกเขาจะเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานสินทรัพย์ของคุณในการทำธุรกรรมได้

Private Key คือ ชุดตัวเลขและตัวอักษรที่มีความซับซ้อน และใช้อัลกอริธึมในการเข้าหรือถอดรหัส (Encryption/Decryption) ข้อมูล มันจะทำงานคล้ายๆ กับรหัสผ่านที่ใช้สำหรับเข้าถึงบัญชีของเรา และเนื่องจาก ’คีย์’ เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นมาแบบสุ่มโดยไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะมีใครสามารถถอดรหัส Private Key เหล่านี้ได้

วิธีการในการเข้ารหัสข้อมูล Private Key นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

  • Symmetric Encryption: เป็นการใช้ Private Key เดียวกันสำหรับทั้งการเข้ารหัสและการถอดรหัส ดังนั้น ใครก็ตามที่มีหรือเข้าถึง Private Key นี้ได้ พวกเขาก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เช่นกัน เปรียบเสมือนการใช้กุญแจบ้านในการไขประตูบ้านของเรา
  • Asymmetric Encryption: เป็นการใช้ Public Key เพื่อเข้ารหัสข้อมูลที่เราสามารถเปิดเผยมันต่อสาธารณะได้ ทำให้ทุกคนสามารถใช้ Public Key ดังกล่าวในการส่งข้อมูลถึงเราได้ แต่เพื่อที่จะถอดรหัสข้อมูลดังกล่าว มันจำเป็นที่จะต้องใช้ Private Key ของเราเท่านั้น เปรียบเสมือนกับที่อยู่บ้านที่ทุกคนสามารถส่งของมาให้กับเราได้ แต่หากต้องการจะเข้าบ้าน พวกเขาก็จะต้องมีกุญแจบ้านด้วย

ความสำคัญของ Private Key

Private Key จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับสกุลเงินดิจิทัล และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่ถูกเก็บไว้บนเครือข่ายบล็อกเชนได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณทำ Private Key ของคุณหาย (หรือลืมมันไป) คุณจะไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่ถูกเก็บไว้ได้อีกต่อไป ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องเก็บ Private Key ของคุณไว้อย่างปลอดภัย เช่น การจดหรือเขียนมันไว้บนกระดาษ หรือ จัดเก็บมันไว้ในกระเป๋าคริปโตของคุณ

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญก็คือ ห้ามปล่อยให้ใครล่วงรู้เกี่ยวกับ Private Key ของคุณ เพราะใครก็ตามที่สามารถเข้าถึง Private Key นั้นได้ พวกเขาก็จะสามารถควบคุมสินทรัพย์ของคุณได้เช่นกัน ดั่งเช่นสำนวนที่ว่า “Not Your Keys, Not Your Coins” หรือ “ถ้ามันไม่ใช่คีย์ของคุณ(คนเดียว) มันก็ไม่ใช่เหรียญของคุณ(อีกต่อไป)”

สรุปก็คือ Private Key ก็เหมือนกับรหัสผ่านของบัญชีธนาคารดิจิทัลของคุณ ยกเว้นเสียแต่ว่า เราจะไม่สามารถตั้งหรือสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ หากคุณทำมันสูญหายไป ดังนั้น คุณไม่ควรที่จะแชร์ข้อมูลเหล่านี้ให้กับใครก็ตาม เพื่อที่จะสามารถเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณไว้ได้อย่างปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *